เรือนใจของพี่ ภาค พิสดาร 3
ตอน วันเกิดที่แสนชอกช้ำ
Rate : PG-13 [น่าจะ G มากกว่า แต่ปัญญาอ่อนเกินไป]
ช่วงเวลา : น่าจะเป็นตั้งแต่ช่วงวันเกิดแม่เรียม ถึง วันเกิดพี่อยู่
คำแนะนำ : ควรอยู่ในความดูแลของชนชั้นปกครองขณะอ่าน หรือ ถือศิลอยู่ในทำนองครองธรรมจะดีมาก

*จากผู้เขียน : คิดว่าหลาย ๆ คนคงเคยอ่านเรือนใจของพี่ที่แต่งโดยฮานะกันไปแล้ว และคิดว่าคงจะมีผู้อ่านจำนวนน้อยนิดนักที่เคยอ่านเรือนใจของพี่สเปเชียลทั้ง 2 ตอนที่แต่งโดยเราเอง ความรู้สึกนั้นกำลังจะกลับมาอีกครั้ง จากที่เคยลั่นวาจาว่าจะไม่แต่งต่อ กลายเป็นต้องเขียนต่อจนได้ ด้วยหัวใจมันเรียกร้อง หวังว่าทุกคนจะสุขสันต์กันนะคร๊าบบ*


ณ เรือนท่านเจ้าคุณเสกสรรสังคโลก

"วันนี้อากาศดี ช่างเหมาะแก่การปั้นหม้อ" ท่านเจ้าคุณเสกสรรสังคโลกเดินออกจากเรือนด้วยท่าทางผึ่งผาย หลังจากชื่นชมดินฟ้าอากาศแล้วว่าวันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งเมฆไม่ค่อยมี ไม่น่าจะเกิดอาเพศได้

แต่พลันท่านเจ้าคุณก้าวเท้าขวาออกจากเรือนไม่ทันไร ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เมฆดำลอยตัวมารวมกลุ่ม เสียงฟ้าร้องดังครืนฟ้าแลบแปลบปลาบ

มิหนำซ้ำฟ้ายังผ่าลงมาเป็นสาย(ไม่ได้ผ่าลงบนตัวท่านเจ้าคุณ) แถมพายุฝนยังกระหน่ำตกอย่างกับฟ้ารั่ว ราวกับฟ้าดินไม่ต้องการให้คนผู้นี้ก้าวเท้าออกจากเรือนมาแม้แต่ก้าวเดียว

เจ้าคุณอยู่แหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยอารามสงสัย ว่าเหตุใดท้องฟ้าสดใสเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้เช่นนี้

"เห็นทีวันนี้คงต้องปิดโรงหม้อเสียแล้ว ทำไมอยู่ ๆ ฝนถึงตกลงมาได้เนี่ย" สิ้นคำท่านเจ้าคุณฟ้าร้องก็ร้องเสียงดังอย่างกับจะบอกว่า ถ้าทำให้หิมะตกได้คงทำไปแล้ว

"แต่ไม่เป็นไร ฉันต้องรับผิดชอบในหน้าที่ ยังไงก็ต้องไปตรวจความเรียบร้อย" ลั่นวาจาสัตย์เสร็จสรรพท่านเจ้าคุณก็เดินกลับเข้าไปในเรือน เปลี่ยนเครื่องแต่งกายแล้วก็คว้าร่มกางออกเดินจ้ำพรวด ๆ ตรงไปยังตลาดริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นทางผ่านไปโรงหม้อ ระหว่างทางฟ้าก็ยังคงร้องครืน ๆ ไม่หยุด

...............................................


ณ ตลาดสดริมแม่น้ำเจ้าพระเจ้าพระยา

ความวุ่นวายของตลาดในตอนเช้ายังเป็นเช่นทุกวันที่เคยเป็น จนกระทั่งอยู่ ๆ ก็เกิดอาเพศฝนฟ้าตกหนักทั้งที่เมฆยังไม่ทันตั้งเค้าทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้ารับมือไม่ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องรีบหอบข้าวหอบของเก็บกลับกันชุลมุน จะเหลือก็แต่เพียงร้านที่สร้างเป็นนั่งร้านขึ้นมามีหลังคาอย่างมั่นคงเท่านั้นที่ยังสามารถขายของต่อไปได้

แต่ถึงกระนั้นก็ตามบรรดาคนเดินตลาดต่างก็แตกฮือวิ่งหาที่หลบฝนกันจ้าละหวั่น ท่านเจ้าคุณที่วิ่งถือร่มมาถึงตลาดก็รู้สึกว่าฝนตกหนักมากขึ้นจึงวิ่งเข้าไปหลบใต้กันสาดของร้านขายหมูเจ้าเก่า...ร้านเจ๊เข่งนั่นเอง

"สวัสดีจ้ะเจ๊เข่ง" ท่านเจ้าคุณทักทายอย่างสุภาพ

"สวัสดีจ้ะท่านเจ้าคุณ วันนี้โรงหม้อไม่ปิดหรือฝนตกหนักขนาดนี้" แม่ค้าขายหมูปรายสายตามองท่านเจ้าคุณที่งามแต่รูปอย่างสนอกสนใจ ถึงแม้ตัวเองจะล่วงเลยวัยสาวมานานและมีสามีแล้วก็ตาม คิดแล้วยังยังนึกว่าตัวเองคิดผิดไม่น่ารีบแต่งงานเลย(อาจจะคิดถูกก็ได้นะป้า)

"ไม่...." ขณะที่ท่านเจ้าคุณกำลังจะตอบ สตรีนางหนึ่งก็ได้วิ่งพรวดเข้ามาหลบฝนที่แผงขายหมูเจ้าประจำเจ้านี้ด้วย

"อ๊ะ....สวัสดีจ้ะแม่เรียม มาซื้อหมูหรือ" เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ท่านเจ้าคุณจึงรีบทักทายขึ้นมาทันที แม่เรียมจึงหันใบหน้าอันงดงามมามองเจ้าคุณอยู่

"โฮ่ง!"

"เฮ้ยย!" เจ้าคุณอยู่ตกใจ แทนที่เสียงตอบจะเป็นวาจาเชือดเฉือนอย่างที่เคยเป็น กลับเป็นเสียงเห่าของไอพะโล้เสียนี่ "ไอพะโล้ นี่แกก็มากับเขาด้วยรึ"

"แฮร่~ โฮ่ง ๆ ๆ" ทักทายสมเป็นอริเก่า

"พะโล้ ...หยุดเห่าก่อนรบกวนคนอื่นเขา" แม่เรียมผู้เป็นเจ้าของสุนัขพันธุ์ฝรั่งที่ดุ(เฉพาะกับเจ้าคุณ)อย่างกับพันธุ์บางแก้วปรามสุนัขของเธอจนมันต้องครางงี๊ด ๆ เป็นเชิงขอโทษ

"แต่ถ้าฉันทนไม่ไหวขึ้นมา กัดไม่เลี้ยงเลยนะพะโล้" แม่เรียมทำท่าเสี้ยมสอนองครักษ์ประจำกาย ซึ่งมันก็ดูท่าทางเข้าใจในทันที จนเจ้าคุณอยู่เริ่มหวาด ๆ

"สวัสดีจ้ะแม่เรียม...วันนี้จะซื้อสักเท่าไหร่ดี" คราวนี้เป็นเสียงของเจ๊เข่งส่งทักทายขึ้นมาบ้างหลังจากที่หาช่องทางมานาน

"ฉันขอเนื้อแดงสัก 2 กิโลนะป้า" แม่เรียมสั่งหมูอย่างไม่สนใจคนข้างกาย

"เนื้อแดง 2 กิโล จะมีงานอะไรรึแม่เรียม" เจ๊เข่งถามอย่างสงสัยในขณะที่มือก็หยิบหมูมาแล่

"ไม่ใช่งานสำคัญอะไรมากหรอกเจ๊เข่ง ก็แค่...." แม่เรียมยังพูดไม่ทันจบ

"ก็แค่งานวันเกิดของเธอเท่านั้นใช่ไหมเรียม" เสียงที่ลอดเข้ามาจากทางด้านด้านหลัง ทำให้ท่านเจ้าคุณต้องเหลียวกลับไปมองแม่เกศินียืนอยู่ใต้ร่มคันใหญ่สีฟ้าโดยมียายคาบเป็นคนถือให้

"วันเกิดญาติของฉันจะบอกว่า...แค่...ไม่ได้หรอกนะ" แม่เกศินีเดินเข้ามาที่แผงขายหมูกวาดสายตามองเนื้อหมูบนแผงทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

"นี่เป็นเนื้อหมูชั้นดี ยายคาบ ขนกลับไปให้หมด ฉันจะซื้อทั้งหมดนี่" ประโยคนี้ทำเอาท่านเจ้าคุณและเจ๊เข่งสะดุ้งเฮือกไปตาม ๆ กัน

"เจ้าค่ะ"

"เดี๋ยวก่อน!...เกศินี มันจะไม่มากไปหรือ...." แม่เรียมหันไปท้วง

"ฉันว่ายังน้อยไปเสียอีก..." แม่เรียมกำลังจะท้วงต่อแต่....

"สวัสดีจ้ะ แม่เกศินี" ท่านเจ้าคุณที่หาโอกาสมานานทักทายเกศินีด้วยรอยยิ้ม

"อ้าว...ท่านเจ้าคุณ ฉันไม่รู้เลยนะว่าท่านเจ้าคุณก็อยู่ตรงนี้ด้วย"

"ก็อยู่มาได้สักพักแล้วล่ะจ้ะ ว่าแต่จะจัดงานวันเกิดกันหรือจ๊ะ" ท่านเจ้าคุณเริ่มเครียด

"ไม่ได้จัด! แล้วฉันก็ไม่ได้ต้องการจะเหมาหมูหมดร้านนี้ด้วย!" แม่เรียมหันมาตอบแทนด้วยใบหน้าบึ้งตึง พะโล้เริ่มตั้งท่าเหมือนรอสัญญาณ

"เรียม....ฉันคิดว่าเธอควรจะออกงานสังคมบ้าง" เกศินีหันไปให้เหตุผล

"แต่เธอก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่ชอบที่คนพลุกพล่านหรือเสียงดัง" เรียมเริ่มตั้งเหตุผลของตัวเองบ้าง

"โฮ่ง!" พะโล้ช่วยเห่าเพื่อเพิ่มน้ำหนักเหตุผล แต่ไม่รู้จะช่วยได้มากแค่ไหน

"วันเกิดแม่เรียมเมื่อไหร่หรือจ๊ะ ? พี่อยู่จะได้เตรียมของกำนัลไปฝาก" ท่านเจ้าคุณพยายามต่อบทสนทนา

"หม้อน่ะ ฉันไม่อยากได้หรอกนะ ท่านเจ้าคุณ" แต่ก็ถูกตัดบทซะอย่างนั้น....

"อีก 3 วันน่ะท่านเจ้าคุณ" เกศินีตอบทั้ง ๆ ที่สายตาก็จับจ้องอยู่ที่ญาติคนงามของเธอ

"ช่างกระชั้นชิดนัก แต่เพื่อแม่เรียม พี่อยู่เตรียมได้ทันเวลาแน่นอนจ้ะ" เจ้าคุณอยู่ตอบด้วยรอยยิ้ม

"ฉันไม่ต้องการ แล้วงานวันเกิดอะไรนั่นก็จะไม่มีการจัดด้วย ป้าตกลงเอาเท่าที่สั่งไว้ตอนแรก เร็ว ๆ สิ"

หลังจากที่แม่เรียมรับหมูเนื้อแดง 2 กิโลมาไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว ก็รีบวิ่งฝ่าฝนกลับไป โดยมีพะโล้วิ่งตามไปติด ๆ

"เรียม!" เกศินีพยายามจะตะโกนรั้งแม่เรียมแต่เสียงฝนที่ตกหนักก็กลบเสียงของเธอไปจนหมด เมื่อรู้ว่าตะโกนเรียกไปก็จะมีแต่ทำให้เจ็บคอเปล่า ๆ เกศินีจึงหันมาสั่งหมูจากเจ๊เข่งแทน "เก็บร้านไปได้แล้ว ฉันบอกแล้วไงว่าจะซื้อทั้งหมด"

"แม่เกศินี.." เจ้าคุณอยู่ทักขึ้น

"ยังไม่ไปอีกรึท่านเจ้าคุณ" เกศินีตอบทั้ง ๆ ที่ไม่ได้หันมามองอีกฝ่าย

"โถ จะรีบไล่ฉันทำไมกันล่ะแม่เกศินี ฝนยังตกหนักอยู่เลย... ขอฉันหลบฝนอีกสักพักนะจ๊ะเจ๊เข่ง" เจ้าคุณอยู่รีบแก้ตัวและหาข้ออ้างเพื่ออยู่กับเกศินีต่ออีกสักนิดก็ยังดี

"ได้สิท่านเจ้าคุณ ไม่ต้องเกรงใจกันหรอก คนกันเองน่ะ" เจ๊เข่งตอบอย่างอารมณ์ดีด้วยวันนี้หมูขายหมดเร็วเป็นประวัติกาล

"งั้นท่านเจ้าคุณก็อยู่เฝ้าแผงหมูไปละกัน ฉันจะกลับแล้ว ยายคาบกลับกันเถอะ" ว่าแล้วยายคาบก็กางร่มออกและเดินออกไปยืนรอเกศินีนอกแผง

"เดี๋ยวสิแม่เกศินี ไม่รอให้ฝนซาอีกสักนิดรึ ฉันว่าคงไม่นานหรอก" เจ้าคุณอยู่พยายามชักแม่น้ำทั้งห้า

"ฉันจะอยู่ต่อเพื่อสิ่งใดล่ะท่านเจ้าคุณอยู่ หมูฉันก็ซื้อเสร็จแล้ว" เกศินีสะบัดสไบสีฟ้าให้ปลิวไปข้างหลังและเดินออกมายืนใต้ร่มคันงามที่ยายตาบถือรออยู่แล้ว

"ล...แล้วแม่เกศินีจะทำอย่างไรให้แม่เรียมยอมจัดงานวันเกิดเพื่อออกสังคมรึ" ถึงจะฟังดูไม่เข้าที แต่ก็ทำเจ้าฟ้าหญิงคนสำคัญต้องหยุดฟัง

"นั่นสินะ เรื่องนี้ฉันก็ยังไม่ทันคิดเสียด้วย" เกศินีเริ่มเล็งเห็นถึงปัญหาที่เธอต้องกลับไปแก้เช่นกัน ท่อนแขนบอบบางถูกยกขึ้นมาขัดกันไว้บริเวณหน้าอก คิ้วเรียวได้รูปเริ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด

"ฉันว่าประเดี๋ยวฝนซาแล้ว เราไปลองคิดหาวิธีกันที่โรงหม้อของฉันไหมจ๊ะแม่เกศินี ที่นั่นใกล้กว่าหากจะกลับไปที่เรือนแม่เรียมน่ะจ้ะ" ชักแม่น้ำมาจนจะชักทะเลได้อยู่แล้วนะเจ้าคุณอยู่

".............." เกศินียังคงจมอยู่กับความคิดของตนเอง ขณะเจ้าคุณอยู่เสนอหนทางสร้างความประทับใจต่อตัวเองเช่นกัน


เอาล่ะ แม่เกศินีจะไปโรงหม้อกับเจ้าคุณอยู่ หรือว่าจะกลับไปจัดการแม่เรียมที่เรือนดี อย่างไหนจะสะดวกกว่า ? หรือสนุกกว่า ?

รอดูว่าคนเขียนจะเขียนต่อรึเปล่า เพราะว่าเขียนไว้นานแล้ว ตั้งกะ วันเกิดชิโด้ปีที่แล้ว ซึ่งไม่เสร็จ จนจะวนกลับมาครบรอบแล้ว ก็ยังไม่ได้เขียนกรั่กๆ

ดีไม่ดียังไง ติชมได้ตามสบายนะครับ ถึงจะยังไม่จบแต่ก็ขอโพสสักหน่อย เพราะไหน ๆ มันก็อุตส่าห์โผล่ออกมา หลังจากหายไปเกือบปี ไว้ว่าง ๆ จะแต่งต่อเน้อ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

"แฮร่~ โฮ่ง ๆ ๆ" ทักทายสมเป็นอริเก่า

ชอบประโยคนี้อย่างบอกไม่ถูก หึๆๆๆๆ
อ่านแล้วนึกอะไรไม่ออกนอกจาก..

แม่เรียมน่ารักกกกกกกกก สวยยยยยยยยย (เพ้อ..)
แต่งต่อเด่ๆ

#1 By 【いくみ】 on 2007-08-02 22:14

ก๊ากกกกกกกกกกก

โอ๊ย แค่ประโยคแรกขึ้นมาก็ขำตายแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่ได้อ่านเรือนใจนาน ลืมไปแล้วว่าความขำมันเป็นยังไง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

แม่เรียมมมม รักแม่เรียมมมม
แม่เกศินี หญิงเก๋ สุดยอดดดดด
..ถ้าตามไอ้อยู่ไปก็ถือว่ามีใจ..แต่ก็น่าจะไปล่ะนะ..

อยากอ่านต่อ แต่งต่ออออออออ

#2 By :nakare: on 2007-08-02 22:25

จาอ่านต่ออ๊าเปิ้ล~~~~

ปล. ขำตรงเหมาแผงหมู 55555

#3 By Echizen Ryoma on 2007-08-03 01:32

ประโยคแรกมาก็ขำแล้ว 55555

โฮ่... แม่เกศินีจ้ะ.. คิดจะให้แม่เรียมออกสังคมบ้างเพื่อที่ท่านเจ้าคุณจะได้เลิกมาเกาะบันไดบ้านตัวเองรึเปล่า กร้ากกกก

#4 By KeeChan on 2007-08-03 20:15