[SF] นายผ้าขี้ริ้ว
posted on 30 Mar 2008 04:15 by izaya in TenipuriTenipuri Fanfiction
Title : นายผ้าขี้ริ้ว
Rate : PG-13
Pair : 77 XD
Type : Love - Comedy (มีเลิฟ ๆ นิดหน่อย)
*หมายเหตุ : ฟิคเรื่องนี้จะว่าเป็น MAD ของ ละครเรื่อง นางสาวผ้าขี้ริ้ว ที่เพิ่งฉายจบไปทางช่อง 3 ก็ได้ แบบว่าชอบตอนจบมาก ๆ พีคจัด เลยจัดซะ..อุฮิ
(ในเมื่อบอกแล้วว่าเป็นฟิคแมด โครงเรื่องเก่าจึงคล้ายของเดิม แต่ประโยคพูดเปลี่ยนส่วนใหญ่ เอิ่ม ก็เกือบทั้งหมด เพราะจำได้ไม่หมด เปลี่ยนตอนจบด้วย ใครไม่ได้ดูเรื่องนี้ตอนจบก็อ่านได้นะ
เอ้อ แล้วก็ ถ้าอ่านแล้วบางประโยคมันไม่เข้ากับรูปแบบตัวละคร ก็ช่างมันเถิด ถือซะว่าอ่านเอาฮาละกัน 5555)
*คำเตือน* : เอิ่ม...เป็นฟิคปุริโชเน็นไอ ใครไม่ชอบแนวนี้ก็ ปิดไปได้เลยฮับ
------------------------------------------------
เสียงดนตรีบรรเลงเป็นจังหวะฟังดูครึกครื้น ทั้งพ่อแม่พี่น้องญาติโยมทั้งหลายต่างออกมาสรวลเสเฮฮาเฉลิมฉลองกันด้วยเหตุอันใดก็ไม่ทราบ(เปิดดูมาถึงมันก็เล่นถึงตอนนี้พอดี = =) แต่ที่แน่ ๆ พลันบุคคลท่านหนึ่งได้ย่างก้าวผ่านประตูรั้วบ้านมาอย่างร้อนรน เสียงดนตรีต่าง ๆ จึงต้องหยุดลงในทันใด
"มาทุกวันไม่เบื่อมั่งเร้อออ พ่อหนุ่ม!" เสียงของชายวัยกลางคนที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของบ้านกล่าวขึ้นอย่างประชดประชันแกมล้อเล่น
"งาม...งามเรียว กลับมารึยังครับ.." เสียงทุ้มกล่าวขึ้นอย่างกระตือรือร้นหวังได้รับคำตอบที่ตนเฝ้ารอคอยมาตลอด
แต่ทางฝ่ายถูกถามกลับตีสีหน้าไม่ถูก อ้ำอึ้งเป็นอึ่งอ่างกันไปเลยทีเดียว ทั้งพ่อทั้งแม่ของงามเรียวต่างบุ้ยใบ้ใส่กันเป็นเชิงให้อีกฝ่ายเป็นคนตอบไปซะทีซิ คำถามนี้เนี่ย คำตอบมันก็เดิม ๆ นั่นแหล่ะ จนสุดท้ายฝ่ายแม่ทนไม่ไหวต้องเป็นคนตอบคำถามอีกแล้ว
"ย...ยังไม่กลับมาเลยจ้ะ"
"แล้วเมื่อไหร่จะกลับมาหรือครับ"
คำถามสองยิงตอบทันที ดั่งมีสคริปในมือ ทำเอาฝ่ายตอบชักสีหน้าไม่ถูกอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ต้องรอนาน ผู้เป็นแม่รู้หน้าที่ดีจึงรีบตอบกลับไป
"ก็เห็นว่าจะอยู่ต่ออีกสักปีนึงนั่นแหล่ะจ้ะ" ว่าแล้วก็หลบสายตา เพราะกลัวโดนยิงคำถามดอกใหม่
"...อืมม..ขอบคุณมากครับ งั้นผมขอลากลับก่อนนะครับ"
ลากลับมันซะอย่างนั้น ว่าแล้วก็รีบเดินออกมาขับรถคันงามกลับไปทันที....
.....แต่ทว่าควันรถยังไม่ทันจะจาง บ้านนี้ก็เริ่มเมาท์กันเสียแล้ว
"ดูสิเนี่ย มาอย่างนี้ทุกวั๊นน ทุกวัน มาถามแค่นี้แล้วก็กลับ ไม่เปลืองน้ำมันบ้างรึไงนะ"
"ก็คงเป็นอย่างประโยคนี้มั้ง ถึงแม้ไม่ได้เห็นหน้า เห็นหลังคาบ้านก็ยังดีน่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"งั้นทีหลังยกหลังคาบ้านให้เค้าไปเลยดีมั๊ยล่ะ" คุณพ่อตัวแสบพูด แต่ดันเล่นไม่ดูเวลา..
"จะบ้าเรอะ!! ทีอย่างนี้ล่ะทำปากเก่ง ทีเมื่อกี๊ล่ะไม่กล้า สุดท้ายก็เป็นฉันที่โกหกอยู่คนเดียว" โดนคุณแม่ด่าเข้าให้..
"ฮึ่มม.. งามเรียวนี่ก็จริง ๆ เลยน้า กลับมาแล้วก็ยังจะเก็บเงียบไม่ยอมให้บอกคุณภูชิเค้าเสียอีก มีอะไรกันรึเปล่านะเนี่ย..."
หลังจากที่งามเรียวได้กลับมาจากอเมริกาอย่างลับ ๆ โดยที่ไม่ยอมบอก คุณภูชิเจ้านายเก่าของเขาแล้ว เขาก็ได้พยายามตระเวณสมัครงานไปทั่วทุกหนแห่ง เพื่อที่จะได้หลบลี้หนีหน้าคุณภูชิไปไกล ๆ .....เหตุผลเป็นเพราะอะไรกัน
*ตรู๊ดดด*
"สวัสดีครับ งามเรียวพูดครับ" งามเรียวรับสายใครกันล่ะเนี่ยยยย
"ตกลง เดี๋ยวเจอกัน" ชะอ้าวววว....ไปเจอไผ!!~~~~
มาดูทางฝ่ายคุณภูชิกันบ้าง...
เมื่อคุณภูชิต้องแห้วรับประทานอีกครั้งในวันนี้ เลยชวนน้องสาวคนโปรดของเขาไปทานไอศกรีมด้วยกันที่ห้างแห่งหนึ่ง แต่คุณน้องของเขาก็ดั๊นนน อยากกินไอติม..............แห้ว..
"พี่ภูชิคะ กินแห้วไหมคะ" เด็กสาวผมสั้น ตัดหน้าม้าทรงวีคัท แถมยังย้อมผมเสียแดงแปร๊ดท้าแดดเลียยิ่งกว่านิปปอนดับเบิลชิลด์วัน ถามพี่ชายสุดหล่อของเธอ
"กินอยู่แล้วจ้ะ กินมาเป็นเดือน ๆ แล้ว"
"น้องดีใจจังค่ะ ที่พี่ชอบกินแห้ว" น้องสาวผู้แสนน่ารักน่าชังจนน่าขัง ดูเหมือนจะดีใจมาก ๆ ที่พี่ชายต้องกินแห้วจากงามเรียว แต่ด้วยใบหน้าและรอยยิ้มสดใสไร้เดียงสาทำให้ภูชิทำได้แค่เพียงยิ้มแห้ง ๆ ตอบกลับไป
"งั้นพี่รอแห้วอยู่ตรงนี้นะอย่าไปไหนล่ะ" ว่าแล้วก็รีบกระโดดโลดเต้นปานตีลังกา ไปที่เคาท์เตอร์ร้านไอติมในทันที
ระหว่างที่คุณภูชินั่งรอไอติมแห้วจากน้องสาวอยู่นั้น เขาก็สังเกตเห็นขาขาวเรียวสวยคู่หนึ่งเดินผ่านไป ในใจคิดทำไมขาคู่นี้ช่างคุ้นตานัก... ไม่รอช้า ด้วยในใจนึกว่าอาจจะเป็นเรียวขาของคนที่เขาเฝ้าคอย เขาจึงรีบสะกดรอยตามไปทันที...
แต่จนแล้วจนรอด ก็เดินวนกลับมาเจอแห้วและน้องสาวคนเดิม...น่าสงสารยิ่งนัก คุณภูชิ...กินแห้วต่อไปเถิด
กลับมาทางฝ่ายงามเรียว ที่ตอนนี้กำลังเดินจ้ำพรวด ๆ อย่างกับจะรีบไปเก็บเห็ด ก็ได้เดินทางมาถึงจุดหมายจนได้ เขาเดินเข้าไปในร้านกาแฟและมองหาคนที่นัดหมาย ซึ่งดูแล้วก็หาไม่ยากเลย
เขานั่งลงที่โต๊ะเดียวกับชายหนุ่มผู้มีเส้นผมหยิกหยักศกสีเงินเป็นประกายพร้อมกับเริ่มบทสนทนา
"ว่ายังไง โจเอิร์ธกลับมาเมื่อไหร่ทำไมไม่บอกก่อนล่ะจะได้ไปรับที่สนามบิน"
"ถ้าผมบอก รุ่นพี่ก็ไม่เซอร์ไพรส์สิครับ" โจเอิร์ธตอบยิ้ม ๆ แต่สีหน้ากลับดูอิดโรยจากการเดินทาง
"เฮ้ย! มารุ่นพ่งรุ่นพี่อะไรกัน บอกให้เลิกเรียกอย่างนั้นตั้งนานแล้วไง ตั้งแต่เรียนจบกันไปจนทำงานแล้วแถมนายยังเคยเป็นเจ้านายฉันที่อเมริกาอีก จะมาเรียกฉันว่ารุ่นพี่ได้ยังไงกันเล่า!! เจ้าบ้าเอ๊ยย!!"
"ขอโทษครับ..." สีหน้ายิ้ม ๆ เมื่อครู่กลายเป็นหงอยลงทันที แน่นอนนน....ทำไมงามเรียวจะไม่สังเกตเห็นล่ะ
"เอาเถอะ ช่างมัน ว่าแต่กลับมามีธุระอะไรรึไง อยู่ที่โน่นงานการก็ก้าวหน้าดีไม่ใช่เรอะ"
"งานน่ะก็ก้าวหน้าเรื่อยๆดีอยู่หรอกครับ แต่ใจผมน่ะ มันหยุดอยู่ที่คุณนะครับ" โจเอิร์ธพูดด้วยสายตาจริงจัง ทำเอางามเรียวถึงกับหน้าซีดตาเสียเหงื่อตก
"อ...เอ่อ เฮ้ยย! ฉันว่าเราคุยเรื่องนี้กันไปแล้วนะ ไม่งั้นฉันจะกลับมาอยู่ที่นี่ทำพระแสงอะไรวะ ถ้าไม่ใช่ว่าฉันปฏิเสธนายไปเรียบร้อยแล้วน่ะ เอ่อ..ถ้าไม่มีอะไรยังไง กลับก่อนละกัน มีธุระ ไว้วันหลังค่อยเจอกันอีกที ลาล่ะ" ว่าแล้วก็ตั้งท่าเตรียมลุกจากที่นั่ง...
"เดี๋ยวก่อนสิครับ ผมล้อเล่นน่ะ ตอนนี้ผมทำใจได้แล้วล่ะครับ มานั่งคุยกันต่อดีกว่า ไม่เจอกันตั้งนาน" และแล้วเสียงแตรก็ห้ามทัพไว้ได้
เมื่องามเรียวนั่งลงเรียบร้อยแล้ว โจเอิร์ธก็เริ่มบทสนทนาต่อทันที
"รุ่นพี่ภูชิได้ติดต่อมาบ้างรึเปล่าครับ" โอ้โฮ้ยยยยยย หนึ่งดอกกกกกกกก ทำเอางามเรียวที่ยกกาแฟขึ้นดื่มพอดีถึงกับสำลักพรวด
"แค่ก แค่ก ...อะไรนะ"
"อืมม...ได้ติดต่อกับคุณภูชิบ้างรึเปล่าครับ"
"ไม่ ไม่มีการติดต่ออะไรที่พอจะบ่งบอกได้ว่าหมอนั่นยังมีชีวิตอยู่ได้เลย สงสัยไอ้ที่บอกว่ารักว่าชอบนั่นน่ะ จะเป็นแค่เสียงผายลมซะล่ะมั้ง!"
น้ำเสียงของงามเรียวฟังดูกร้าวขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่พูดถึงคนที่ไม่อยากจะนึกถึงมากที่สุดในตอนนี้
"รุ่นพี่ครับ... ที่ผมมาพบรุ่นพี่ในวันนี้ก็เพื่อมอบสิ่งนี้ให้รุ่นพี่ครับ" ว่าแล้วก็ยื่นกล่องไม้ใบหนึ่งที่มีโปสการ์ดบรรจุอยู่จนล้นฝากล่องปิดไม่ได้ให้งามเรียวไป
"หืม... นี่มันอะไรน่ะ ?" งามเรียวรับกลับไปอย่างงง ๆ
"สิ่งนั้นก็คือ... โปสการ์ดที่รุ่นพี่ภูชิส่งไปหารุ่นพี่งามเรียวทุกวัน ตั้งแต่วันแรกที่รุ่นพี่ไปอเมริกากับผมครับ"
งามเรียวถึงกับตาค้าง มือสั่นและมีเหงื่อออกชุ่ม เขาตะลึงตะลานจ้องมองกล่องไม้ใส่โปสการ์ดอยู่นาน สมองแทบจะไม่รับรู้คำขอโทษขอโพยที่อีกฝ่ายได้พร่ำบอกด้วยความสำนึกผิด ปากก็ตอบเออออไปตามอัตโนมัติ เพราะสมองมันตื้อจนคิดอะไรไม่ออก เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากลับมาถึงบ้านได้อย่างไร แต่ใครจะสน ในเมื่อตอนนี้ ในมือของเขามีกล่องใบน้อยที่มีความรู้สึกของคน ๆ หนึ่งอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด
ความรู้สึกที่ขาดหายไปของคนทั้งสองกำลังจะถูกเติมเต็มให้แก่กันแล้ว...
---------------------------------------------
วันที่ OO/XX/YY
ไง... วันนี้เป็นวันที่นายไปอเมริกาวันแรก แค่เครื่องออกไปไม่ถึงชั่วโมงฉันก็คิดถึงนายเสียแล้ว ฉันก็เลยมาเขียนโปสการ์ดนี่ยังไงล่ะ... นี่เป็นโปสการ์ดแผ่นแรกที่ฉันเขียนเลยนะ
แล้วนายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเขียนโปสการ์ดทั้งที่วิธีติดต่อนายก็มีเยอะแยะถมเถไปหมด ก็เพราะว่าเดี๋ยวจะมีคนคอยบ่นว่าเปลือง ๆ ตลอดเวลาน่ะสิ ถ้าฉันจะโทรไปหานายแล้วได้ยินนายพูดแต่คำว่าเปลืองอย่างเดียว มันก็คงจะชวนห่อเหี่ยวไม่น้อยเลยนา ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ....อย่าเพิ่งขว้างทิ้งสิ ยังอ่านไม่จบเลยนะ
อันที่จริง ฉันคิดว่า โลกนี้มันอาจจะเดินเร็วเกินไปล่ะมั้ง ฉันก็เลยอยากให้ความรู้สึกของฉันที่มีต่อนายได้ถูกส่งไปอย่างช้า ๆ ความคิดถึงมันจะได้ช่วยทำให้โปสการ์ดแผ่นนี้มีค่ามากขึ้นยังไงล่ะ
---------------------------------------------
วันที่ OO/XX/YY
เดือนนึงผ่านไปแล้วนะ ไม่เห็นนายจะติดต่อกลับมาบ้างเลย งานทางนั้นอาจจะยุ่งมากก็ได้ แต่ก็ดีแล้วล่ะ ถ้านายกำลังพยายาม ฉันก็จะพยายามไปพร้อมกับนายด้วย
แต่นายน่ะ มันเป็นพวกทุ่มเทเสียเหลือเกิน....
อย่าโหมงานหนักมากล่ะ นายผ้าขี้ริ้ว
---------------------------------------------
วันที่ OO/XX/YY
นี่ก็สองเดือนเข้าไปแล้วนะนายผ้าขี้ริ้ว
อะไรมันจะไม่มีคิดถึงคนทางนี้บ้างเลยรึไง
รู้อยู่หรอกว่าซึนน่ะ แต่จะเดเระบ้างก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนนี่....ติดต่อกลับมาบ้างสิ
คิดถึงนะ...
---------------------------------------------
วันที่ OO/XX/YY
งามเรียว นายขาดการติดต่อไปนานแบบนี้ ใจฉันมันก็ชักจะหวั่น ๆ แล้วนะ ว่านายเกิดนึกเปลี่ยนใจอะไรขึ้นมารึเปล่า แต่ยังไงฉันก็จะรักษาสัญญาที่มีให้กับนาย ฉันจะรอนายอยู่ตรงนี้เสมอ รีบกลับมาล่ะ
หรือว่านายโกรธที่ฉันเรียกนายว่า ผ้าขี้ริ้ว กันนะ ?
แต่ถึงแม้นายจะเป็นผ้าขี้ริ้ว ฉันก็อยากให้นายรู้ว่า ถึงแม้นายจะเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ก็เป็นผ้าขี้ริ้วที่ใช้ห่อหุ้มหัวใจของฉันเอาไว้นะ
ฉันรักนาย
---------------------------------------------
งามเรียวพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่น้ำใส ๆ ที่เอ่อท้นออกมาเนี่ย มันไม่ยอมฟังคำสั่งเลยนี่สิ มันถึงได้ไหลเอา ๆ ไม่ยอมหยุดเป็นก็อกแตกอย่างนี้....
วันรุ่งขึ้น.........
วันนี้ก็เป็นวันธรรมดาอีกวันที่นายภูชิต้องไปทำงานที่บริษัทตามปกติ เมื่อเขาเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของเขาในออฟฟิต พนักงานคนหนึ่งก็รีบเดินมาหาคุณภูชิทันที
"คุณภูชิคะ คนที่มาสัมภาษณ์ตำแหน่งเลขาฯ นั่งรออยู่ในห้องแล้วค่ะ"
"อืม.. ขอบใจมาก" ว่าแล้วก็เปิดประตูห้องเดินเข้าไปทันที
"ว่าไง...เดี๋ยวนี้ไม่มีคนปลุกเลยมาสายตลอดเลยสิท่า ดูสิเนี่ย ปล่อยให้นั่งรออยู่ได้ตั้งนาน................ไอ้บ้าเอ๊ย! ทำอะไรของนายวะ!!!!"
กำลังพล่ามอยู่ดี ๆ ก็ถูกคนตัวสูงกว่าดึงเข้าไปกอดซะแล้ว! แถมนานไปชักมีทีท่าไม่ชอบมาพากล!!
"ปล่อยสิโว้ยยย!!!"
พลั่ก!
"แฮ่ก ๆ ไปอดอยากปากแห้งที่ไหนมาวะ!!! มาถึงก็กอดเอา ๆ ลูกเขามีพ่อมีแม่นะโว้ย!!!!"
"ก็..อดตั้งแต่นายจากไปนั่นแหล่ะ..."
"เฮอะ ไอ้บ้า อย่ามาทำปากดี ในโปสการ์ดไหนเขียนว่าชักเริ่มหวั่นไหวไง ทุ้ย! ไม่เชื่อใจคนอื่น แล้วจะให้เขาไปเชื่อตัวเองได้ไงวะ!"
"ได้สิ...ก็เพราะฉันมันเห็นแก่ตัวไงล่ะ" ว่าแล้วก็ดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดแน่น ๆ ให้หายคิดถึงอีกสักฟอด
"เฮ้ย! พอได้แล้ว อึดอัดเว้ย! ..หายใจไม่ออก!" ดิ้นพราด ๆ อยู่นานกว่าอีกฝ่ายจะยอมปล่อยให้หายใจ แต่งามเรียวก็ต้องตกใจกับเสียงที่ตามมา
"เฮ้อออออออออออออออออออออ~" ภูชิแทบจะถอนหายใจของทั้งปีออกมาในคราวเดียว
"ถอนหายใจทำไม รู้ไหมว่าถอนหายใจครั้งนึงน่ะ ความสุขของนายจะหายไปสิบปีเลยนะ"
"ถอนหายใจเพราะนายกลับมาน่ะสิ" ภูชิตอบเบนหน้าหนี
"ว่าไงนะ! ถ้าฉันกลับมาแล้วความสุขของนายมันหดหายไปล่ะก็ ฉันก็ไม่อยู่ให้รกหูรกตานายไปมากกว่านี้หรอก! แต่เผอิญมันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่วันนี้ฉันมาสัมภาษณ์งาน ตกลงจะรับหรือไม่รับ!!"
ภูชิยิ้มน้อย ๆ ก่อนค่อย ๆ เดินมาหางามเรียวอย่างช้า ๆ แล้วพูดว่า
"เรื่องนั้น เดี๋ยวทางเราจะติดต่อกลับไปภายหลัง เว้นแต่คุณงามเรียวจะสนใจในงานตำแหน่งใหม่ที่ผมจะเสนอให้คุณเข้าทำงาน"
"อะไร ก็ไหนแปะประกาศว่ารับสมัครเลขาฯ แค่ 1 อัตรา เท่านั้นนี่ ???"
"ยัง ๆ ยังมีอีก 1 อัตรา งานไม่ยาก เงินดี กินอยู่พร้อม"
"งานอะไรฟระ"
"ก็คนดูแลหัวใจฉันไง"
"ไอ้บ้าาาาา!!!!!!!!!!!!!!!"
"ตอบอย่างนี้แสดงว่าไม่สนใจงานนี้ งั้นเดี๋ยวฉันไป..."
"หยุด! ใครบอกว่าไม่สนใจ ฉันแค่ด่านายว่าไอ้บ้า ยังไม่ได้บอกว่าไม่สนใจสักหน่อย!!"
"ถ้าอย่างนั้น....นายก็..."
"ส..ะ..ะ ....สนใจ....สิ.."
"อืม.. แต่ฉันไม่รับ"
"ว่าไงนะ!!"
"ก็นายเป็นอยู่แล้ว ต้องรับใหม่ทำไม"
"ไอ้กวนส้นเอ๊ยยยยยยยยย!!!!"
-จบบริบูรณ์-
---------------------------------------------
ตอบคำถาม ที่คิดว่าน่าจะมีคนถาม
Q : ทำไมถึงเป็นคู่ 77 ทั้งที่มันก็ 44
A : ไม่มีอะไรหรอก เหตุผลมันก็แค่ พิมพ์เลขผิดตอนแรก แล้วเลยเอามาใช้ขำ ๆ เท่านั้นเอง
/โดนกลอยถีบ
มีไรสงสัยถามได้น้ออออ ^^

"น้องดีใจจังค่ะ ที่พี่ชอบกินแห้ว"
ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ชอบบบบ ประทับใจประโยคนี้ หน้ามันมาเลย 555+
โจเอิร์ธ..แย่ ทำกูขำพรืด แต่คุณงามเรียวนี่ชื่อก็แย่พอกัน-*-
"งานน่ะก็ก้าวหน้าเรื่อยๆดีอยู่หรอกครับ แต่ใจผมน่ะ มันหยุดอยู่ที่คุณนะครับ"
อ้วกกกกกกกกกก เสี่ยวแดกมาก อรี๊ย์
....อืม แต่งได้ดี เพราะมึงเป็นชี่ด้วยละมั้ง ภาษาชี่เลยไม่ขัด
แต่ว่า ชิโด้ไม่สนว้อยยย เป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่สนนนนน โฮววววววว
ยังจะต้องถามอะไรอีกกับไอ้ 77 และ 44 -*-
#1 By 【いくみ】 on 2008-03-30 15:31